วันพฤหัสบดี

ออง ซาน ซูจี





ถ้าเอ่ยถึง..ยาขอบ ก็ต้องนึกถึง"ผู้ชนะสิบทิศ"

ไม่ว่าจะเป็นจะเด็จ..พระเจ้าบุเรงนองแห่งหงสาวดี

หรือมหาเถรคันฉ่องกุโสดออดีตขุนพลผู้ออกบวช

รวมถึงสองยอดสตรีแห่งอาณาจักรพุกาม

ตะละแม่จันทราและตะละแม่กุสุมาแห่งเมืองแปร

ผู้ซึ่งมีความ"งดงาม"ทั้งภายนอกและภายใน.!!!

ได้แต่เก็บความสงสัยว่าจะงามจนถึงระดับไหน

จนได้เห็นภาพของ"ออง ซาน ซูจี"ในอิริยาบทนี้

แม้วัยของ"ตะละแม่"จะล่วงเลยมาถึง 72 ปีแล้ว

แต่ก็มิสามารถที่จะกลบความงามของแม่นางได้

แค่การ"ประนมมือ"แสดงความเคารพต่อพระสงฆ์

ก็เห็นถึงความเลื่อมใสอย่างจริงใจต่อพระรัตนตรัย

แม้เป็นถึงประธานพรรคและรัฐมนตรีในคณะรัฐบาล

แต่ก็ยังให้ความเคารพพระโดยมิได้มีความถือตัว

ดำรงตนเป็น"ต้นแบบ"ของพุทธศาสนิกชนที่ดี.!!!

ส่วนเมืองไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนา

วันนี้ยังปล่อยให้ไพบูลย์ นิติตะวัน มโน เลาหวณิช

รวมถึงเจ้าของกรวยศักดิ์สิทธิ์ สุวิทย์​ ณ อ้อน้อย

ออกมาเที่ยวเพ่นพ่านสร้างความเสื่อมเสียเอือมระอา..

เมื่อไรจะถึงเวลาที่"ผู้นำ"บ้านนี้เมืองนี้จะมีความจริงใจ

ต่อพระพุทธศาสนาเหมือนกับ"ตะละแม่ซูจี"กันเสียที.!!!


>>>>>>>>>>>>>>>>

วันพุธ

ถวายเป็นพุทธบูชา





บ้านมีกฎบ้าน.. วัดมีกฎวัด

ถ้านิมนต์หลวงพี่ท่านไปบริหารบ้านเมือง

ก็คงไม่ทันอกทันใจพวกขาโจ๋ทั้งหลาย

ครั้นจะให้ฆราวาสเข้ามาจัดระเบียบวัด

ก็คงมีแต่เรื่องให้ปวดหัวตัวร้อนฉันนั้น

เพราะ"เป้าหมาย"ชีวิตมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ความปรารถนาของคนทั่วไปก็คือ..

ทรัพย์.. ยศ.. เกียรติ.. อำนาจ.. วาสนา.. บริวาร

จึงต้องแสวงหาเพื่อความสมบูรณ์พร้อมของชีวิต

ครั้นได้มาแล้วก็ต้องรักษาให้อยู่นานน้านนาน.!!!

หากให้มาบริหารจัดการวัดก็คงหนีไม่พ้น

วันๆคงคิดแต่เรื่องเงินๆทองๆ ถังจะเต็มหรือถังจะแตก

ส่วนหนทางของพระก็เดินตามหลัก"ไตรสิกขา"

นั่นก็คือศีล.. สมาธิ.. และปัญญา

ถ้าเป็นของส่วนตัวก็ขอแค่พอกินพอใช้

แต่ถ้าเพื่อการขยายงานพระพุทธศาสนาแล้วไซร้

ทำใหญ่ได้แค่ไหนก็ทุ่มเททำกันให้เต็มที่

เพราะไม่ได้จะทำให้ใครแต่ตั้งใจถวายเป็น"พุทธบูชา"

>>>>>>>>>>>>>>>>>

ต้นตอของปัญหา






หลังจากวางระเบิดไว้ก็ทำตัวกลืนหาย

ปล่อยให้ DSI และทางวัดไปถอดชนวนกันเอง

"ขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ"อัยการพิเศษ ฝ่ายสอบสวน 3

หนึ่งในคณะทำงานร่วมคดีรับของโจร&ฟอกเงิน

"เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาในวัดได้"

คือคำยืนยันอันหนักแน่นของอัยการท่านนี้

จนเป็น"ที่มา"ของความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง!!!

ครั้งนี้โผล่มาพร้อมกับข้อหา"เอาเงินบริจาคไปเล่นหุ้น"

คดีสหกรณ์ฯจนถึงวันนี้ก็กินเวลาเกือบสิบปีแล้ว

"ขจรศักดิ์"เพิ่งรู้ว่ามีการนำเงินบริจาคไปเล่นหุ้น.???

หรือรู้ตัวว่ากำลังถูกมองว่าเป็น"ต้นตอ"ของปัญหา

จึงต้องรีบชิงสร้างประเด็นใหม่ๆขึ้นมา

เพื่อกลบเกลื่อนและปกปิดความผิดของตัวเอง.???

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>


วันอังคาร

สวดมนต์จนเลื่อนขั้น





สวดต่อเลยได้ไหม..สวดมนต์ต่อไปด้วยกัน

สวดต่อไปด้วยความรัก..พระศาสนาอยู่คู่ดินฟ้าห้าพันปี

หลังจาก MV "ฉันก็รักวัดของฉัน"จากศิษย์ธรรมกาย

ทำยอดวิวถล่มทลายบนโลกโซเชียล

ถึงขนาด"ออกข่าว"ให้ผู้เสียหายมาแจ้งข้อกล่าวหาได้

ก็ยังสงสัยว่าใครมันเสียหายอะไรตรงไหน.???

ส่วน MV เวอร์ชั่นล่าสุด.. สวดต่อเลยได้ไหม

เนื้อหาก็เป็นการสร้างแรงบันดานใจ

ให้คนไทยหันหน้ามาสวดมนต์กันเยอะๆ

ขนาด"ตานีน้อย"ที่มีบุญระดับแค่รุกขเทวดา

เมื่อขยันสวดมนต์ยังสามารถอัพเกรดขึ้นไป

เป็นอากาศเทวา..มีทิพยสมบัติที่ประณีตยิ่งขึ้น

การสวดมนต์นอกจากจะได้บุญติดตัวไปแล้ว

ยังช่วยให้มีสติสัมปชัญญะ..ความระลึกได้

จะได้ไม่คิด..ไม่พูด..ไม่ทำ..ในสิ่งที่มันเป็นบาป.!!!

เพราะฉะนั้น..มาวัดกันทั้งที มาทีก็อยู่กันน๊านนาน

อย่าปล่อยเวลาให้เสียเปล่า ควรเอาอย่าง..ตานี

กลับไปคราวนี้อาจได้"เลื่อนยศเลื่อนขั้น"ก็ได้ใครจะรู้.!!!


>>>>>>>>>>>>>>>>>>

เทพแท้หรือมารจำแลง






ในยุทธจักรนิยายหลายๆเรื่อง

มักสร้างตัวละครจอมมารที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรม

ปกครองบริวารมากมายบวกกับมีวรยุทธ์ล้ำเลิศ

จนคิดเลยเถิดไปว่าสามารถครอบครองยุทธภพ

ร้อนถึงประมุขแห่งพรรคเทพทั้งหลายอดรนทนไม่ได้

ต้องผนึกกำลังกันไปแสดงความเป็นผู้ผดุงคุณธรรม

โดยช่วยกันทำ"ประชาสัมพันธ์"ไปทั่วผืนแผ่นดินว่า..

"พรรคมารเป็นภัยต่อความมั่นคงของยุทธภพ

จำต้องขจัดให้หมดและไม่จำเป็นต้องไว้ไมตรี"

การล้อมกักพรรคมารที่ยอดดอย..ซาคอหลอ

จึงเป็นไปอย่างโหดเหี้ยมอำมหิตไร้ซึ่งความปราณี

ทำให้เหล่าจอมยุทธที่ยังพอรู้ถึง"ผิดชอบชั่วดี"

เริ่มมีความรู้สึกว่าเป็นอะไรที่ขัดกับ.. มโนธรรม

เพราะการแก้ปัญหาด้วยการทำลายบู๊ล้างผลาญ

มันก็ไม่ต่างอะไรกับข้อหาที่"ยัดเยียด"ให้ฝ่ายมาร

จึงได้ช่วยกันสืบสวนค้นหาความจริงและพบว่า

เรื่องราวทั้งหลายล้วนถูก"เสกสรรปั้นแต่ง"ขึ้น!!

จนตอนท้าย"หน้ากาก"ท่านประมุขถูกกระชากลงมา

ว่าแท้จริงแล้วก็คือจอมลวงโลกที่หวังครองอำนาจ

ส่วนฝ่ายมารร้าย..ในตอนท้ายก็คือพระเอกนั่นเอง.!!!


>>>>>>>>>>>>>>>>>>

วันจันทร์

เราก็อยู่ไม่ได้





ไม่ว่าจะเป็น"รถหรู"ของสมเด็จฯวัดปากน้ำ

ไม่ว่าจะเป็นคดีความของวัดพระธรรมกาย

ล้วนมาจาก"ไพบูลย์ นิติตะวัน"และ"มโน เลาหวณิช"

"ไพบูลย์"อดีตกลุ่ม 40 สว. มีเส้นสายที่ไม่ธรรมดา

โดยคุณสมบัติส่วนตัวที่ไม่เคยบวชเลยแม้แต่ครั้งเดียว

แต่ได้เป็นถึงประธานสภาปฏิรูปพระพุทธศาสนา

เคราะห์ร้ายต้องถูกปลดออกแบบปัจจุบันทันด่วน

เพราะคิดจะออกกฎหมายปฏิรูปคณะสงฆ์(ล้วงย่ามพระ)

จนเกิดการลุกขึ้นคัดค้านของพระสงฆ์ทั่วประเทศ

ส่วน"มโน"ศิษย์เนรคุณได้ใจของวัดพระธรรมกาย

หลังสึกออกไปก็ไม่เคยคิดจะทำมาหากินอะไร

นอกจาก"รับงาน"คอยให้ร้ายครูบาอาจารย์

จนเมื่อเหตุการณ์มีทีท่าว่าจะไม่เป็นไปตามธง

เพราะสังคมไทยกำลังโหยหาความ..ปรองดอง

"ไพบูลย์"จึงต้องหมั่นเดินสายออกรายการทีวี

ส่วนมโนก็คงต้อง"มโน"ให้สัมภาษณ์เรื่อยไป

เพราะงานนี้ทั้งคู่วางเดิมพันกันสูงถึงชีวิต..

อ้างคำพูดของไพบูลย์ที่ว่า.."ถ้าจับไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้"!!!!


>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

จรรยาบรรณสื่อ





สื่อบางสำนักยังไม่อยากจะให้หยุด

เพราะยังไปไม่สุดตามเป้าที่รับงานไว้

ไม่ใช่แค่หวังให้มีการจับกุมตามหมาย

แต่ต้องให้มีการ"ปะทะ"จนบาดเจ็บล้มตาย

เมื่อเหตุการณ์เริ่มคลี่คลายในทาง..สันติวิธี

สื่อกลุ่มนี้จึงทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้เรื่องจบ

"บอลแพ้คนไม่แพ้" ต้องคอยยุแหย่กันต่อไป

ตามสัมภาษณ์กองเชียร์ทั้งพระทั้งฆราวาส

ไมค์จ่อปากพระนักเทศน์แนวตลกรุ่นเก่าลายคราม

ที่ปัจจุบันงานไม่เข้า จึงต้องคอยเฝ้าโหนกระแส

ร่วมด้วยกรวยอิสระแห่งอ้อน้อย ผู้หนียมบาลขึ้นมาจากนรก

แต่ดูแล้วไม่ว่าจะผุดขึ้นมาทางไหน"ปู่"ก็คงได้กลับไปทางนั้น.!!

"ไพบูลย์ นิติตะวัน" "มโน เลาหวณิช"

ล้วนพวกเหล้าเก่าค้างปีมาแต่ดึกดำบรรพ์

ธรรมกายจึงต้องขอเบรก"สื่อเสี้ยม"กลุ่มนี้

เพราะบ้านเมืองมันจะได้สงบเรียบร้อยกันเสียที

ครั้นจะห้ามเฉพาะกลุ่ม เดี๋ยวก็จะมาเขม่นกันเอง

ทำไมเอ็งเข้าได้ข้าเข้าไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะอย่างไร

ก็ยังคงต้องเจอหน้ากันอีกนานในสนามข่าว

และถึงแม้จะเป็นเพื่อนร่วมในวิชาชีพเดียวกัน

แต่สิ่งที่แตกต่างคือ"จรรยาบรรณ"นักข่าวแค่นั้นแหละ.!!!


>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>